คำนวณค่าส่งสินค้าตามน้ำหนักและขนาด: หลักการและตัวอย่าง
น้ำหนักคิดราคา = ปัดขึ้น(max(จริง, ยาว×กว้าง×สูง÷ตัวหาร) ÷ ช่วงปัด) × ช่วงปัด; ค่าส่ง = ฐาน + น้ำหนักเกิน × อัตรา + อื่น ๆ
คำตอบโดยสรุป
น้ำหนักคิดราคา = ปัดขึ้น(max(จริง, ยาว×กว้าง×สูง÷ตัวหาร) ÷ ช่วงปัด) × ช่วงปัด; ค่าส่ง = ฐาน + น้ำหนักเกิน × อัตรา + อื่น ๆ
ของเบาแต่กล่องใหญ่ทำไมแพงขึ้น
น้ำหนักปริมาตรสะท้อนพื้นที่ที่ใช้บรรทุก กล่องเดิมหนัก 2 กก. แต่เพิ่มความยาวเป็นสองเท่าอาจทำให้น้ำหนักคิดราคาเพิ่มถึง 4 กก. ทั้งที่น้ำหนักจริงไม่เปลี่ยน
การปัดกับตัวหารเป็นคนละเงื่อนไข
ตัวหารกำหนดน้ำหนักเทียบจากปริมาตร ส่วนช่วงปัดกำหนดว่าจะปัดขึ้นทีละเท่าใด การใส่ตัวหารถูกแต่ช่วงปัดผิดยังทำให้ราคาไม่ตรงได้
เมื่อไรไม่ควรใช้เรทเส้นตรง
หากผู้ขนส่งมีราคาคงที่แยกช่วง 0–1, 1–3 และ 3–5 กก. ที่ไม่ได้เพิ่มบาทต่อกก.เท่ากัน ผลจากช่องราคาเพิ่มไม่แทนตารางนั้น ควรใช้น้ำหนักที่คำนวณได้ไปเปิดตารางจริง
ทดลองกับข้อมูลของคุณ
เปิดคำนวณค่าส่งสินค้าตามน้ำหนักและขนาด แล้วใช้ คู่มือทีละขั้น เมื่อต้องการตรวจช่องกรอก
อ่านประกอบ: DHL: น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร เป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐาน ไม่ใช่การรับรองเครื่องมือหรือผลเฉพาะของผู้ใช้
คำถามที่พบบ่อย
คำนวณค่าส่งสินค้าตามน้ำหนักและขนาด ใช้หลักการใด?
น้ำหนักคิดราคา = ปัดขึ้น(max(จริง, ยาว×กว้าง×สูง÷ตัวหาร) ÷ ช่วงปัด) × ช่วงปัด; ค่าส่ง = ฐาน + น้ำหนักเกิน × อัตรา + อื่น ๆ
มีข้อจำกัดอะไรที่ต้องตรวจให้ตรงกับกรณีของฉัน?
เป็นแบบจำลองเรทเชิงเส้นที่ผู้ใช้กรอก ไม่ใช่ราคาเสนอจากบริษัทขนส่ง กรณีตารางขั้นบันได/ขนาดเกิน/ภาษีให้ยืนยันใบเสนอราคา