วิธีใช้เครื่องมือคำนวณ BMI แบบทีละขั้น
คู่มือกรอกข้อมูล ใช้งาน และตรวจสอบผลลัพธ์ของเครื่องมือคำนวณ BMI พร้อมตัวอย่างและข้อควรระวังก่อนนำผลไปใช้จริง
คำตอบโดยสรุป
เตรียมข้อมูลให้ตรงความหมาย กรอกตามลำดับ ตรวจสมมติฐาน แล้วจึงนำผลจากคำนวณ BMIไปเปรียบเทียบหรือวางแผน
เตรียมข้อมูลให้ตรงงาน
คำนวณ BMI และดูผลคัดกรองตามเกณฑ์ที่เลือก
- ระดับรายละเอียด — เลือกแบบรวดเร็วหรือแบบละเอียด
- น้ำหนัก — น้ำหนักปัจจุบันเป็นกิโลกรัม
- ส่วนสูง — ส่วนสูงเป็นเซนติเมตร โดยไม่รวมรองเท้า
- เกณฑ์แปลผล BMI — ชุดเกณฑ์ที่ใช้แบ่งช่วงผล ตัวเลข BMI จากน้ำหนักและส่วนสูงไม่เปลี่ยนเมื่อเลือกเกณฑ์ แต่ชื่อช่วงอาจเปลี่ยน
- อายุ — เครื่องมือนี้ใช้เกณฑ์ BMI สำหรับผู้ใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไป
- เพศสำหรับเกณฑ์รอบเอว — ใช้เฉพาะเกณฑ์คัดกรองรอบเอว ไม่กระทบสูตร BMI
- รอบเอว — รอบเอวที่วัดตามแนวทางเดียวกันทุกครั้ง ตรวจหน่วยเซนติเมตร/นิ้วในช่องหน่วย ไม่ใช้ขนาดกางเกงแทน
- หน่วยรอบเอว — เลือกเซนติเมตรหรือนิ้ว ระบบจะแปลงค่าให้อัตโนมัติเมื่อสลับหน่วย
ขั้นตอนใช้งาน
วัดน้ำหนักและส่วนสูงให้เป็นหน่วยที่ช่องระบุ เลือกเกณฑ์ก่อนอ่านช่วงผล และดูข้อจำกัดตามอายุหรือภาวะร่างกาย
ตรวจผลด้วยกรณีตัวอย่าง
น้ำหนัก 65 กก. สูง 170 ซม. ได้ 65 ÷ 1.7² ≈ 22.49; อย่านำ 170 ไปยกกำลังสองโดยไม่แปลงเป็นเมตร
ก่อนนำผลไปใช้จริง
BMI ไม่แยกกล้ามเนื้อกับไขมันและไม่วินิจฉัยโรค เด็ก วัยรุ่นและหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้เกณฑ์ผู้ใหญ่ทั่วไปสรุปสุขภาพ
BMI และรอบเอวเป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น ผลลัพธ์ไม่ใช้แทนการตรวจสุขภาพหรือคำแนะนำจากแพทย์ เด็กและวัยรุ่นต้องใช้ BMI ตามอายุและเพศ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้เกณฑ์ผู้ใหญ่ทั่วไป และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาบุคลากรสาธารณสุข
คำถามที่พบบ่อย
ควรเตรียมอะไรก่อนใช้เครื่องมือคำนวณ BMI?
เตรียมข้อมูลจริงตามช่องกรอก ตรวจหน่วยและช่วงเวลาให้ตรงกัน และหลีกเลี่ยงการใช้ค่าประมาณหากมีเอกสารต้นทาง
ถ้าผลลัพธ์ดูผิดปกติควรทำอย่างไร?
ตรวจตัวเลข หน่วย เปอร์เซ็นต์ และตัวเลือกทั้งหมดอีกครั้ง จากนั้นลองกรอกกรณีพื้นฐานเพื่อเปรียบเทียบ
ข้อมูลที่กรอกถูกส่งไปให้บุคคลอื่นหรือไม่?
การคำนวณทั่วไปทำงานในหน้าเว็บ และไม่ควรกรอกข้อมูลระบุตัวบุคคลที่ไม่จำเป็น